วันพุธที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2558

เรื่องราวที่นักเรียนสนใจ (3) pokemon alpha sapphire and omega ruby (game)

pokemon alpha sapphire and omega ruby



สวัสดีคับก็มาถึงกันแล้วสำหรับ Week 9 นะคับใน week นี้เจ้าของ blogger จะพาไปรู้จักเกม ที่ตอนนี้โด่งดังพอสมควรในเครื่องเกม Nintendo 3DS คับกับเกม pokemon alpha sapphire and omega ruby  ซึ่งเกมนี้ก็ได้มีการ Remake จาก เกม pokemon sapphire and  ruby คับซึ่งถือว่าภาคนี้นั้นได้มีการเพิ่มระบบใหม่ต่างๆของภาคก่อนหน้านี้อย่าง pokemon XY  มาใส่เข้าไปด้วยทำให้ภาคนี้นั้นมีความสมบูรณ์ในการเล่นมากกว่าภาคก่อนๆอยู่มากเลยคับ

Pokemon Omega Ruby & Alpha Sapphire (3DS)
ประเภท RPG / จับสัตว์ / ประลอง
เครื่อง 3DS
ผลิตโดย Nintendo
วันวางจำหน่าย 21/11/2014 (Jap/Eng)

ในการ Remake นั้นก็ได้มีการเปลี่ยนภาพจากรูปแบบ 2D กลายเป็น 3D ซึ่งสร้างคว่ามแตกต่างให้กับผู้เล่นที่เคยเล่นแต่ภาคเก่าอย่างมากเลยคับ


ภาพแบบ 2D 


ภาพแบบ 3D


ในส่วนของเนื้อเรื่องนั้นก็จะยังคงเนื้อเรื่องเดิมเอาไว้ให้เหมือนกับภาคก่อนเพื่อให้ได้ลำลึกถึงการเล่นในสมัยก่อนนะคับ

ตัวอย่างภาพบางส่วน





ในส่วนของระบบใหม่ที่เพิ่มเข้ามากจากภาค XY นั้นทำให้เกมดูมีความน่าสนใจมากขึ้นและมีการเพิ่มตัวใหม่ๆเข้าไปด้วยคับ

ระบบแปลงร่าง Mega Evolution

สิ่งใหม่ที่เพิ่มเข้ามาให้กับภาค Omega Ruby & Alpha Sapphire คือระบบ Mega Evolution ที่มีให้ใช้ครั้งแรกในภาค X&Y เป็นการส่งพลังจากTrainer ไปยังโปเกมอนเป้าหมายเพื่อเร่งพลังให้โปเกมอนสามารถวิวัฒนาการเป็นร่างสุดยอดได้ชั่วคราว โดยต้องใช้อุปกรณ์เสริม 2 อย่างคือ Mega Ring และ Mega Stone ซึ่งสิ่งที่เราตามหาคือหิน Mega Stone ที่ตรงกับโปเกมอนตัวนั้น ซึ่งจุดที่จะได้หินมาก็จะกระจายอยู่ทั่วโลก



ระบบฐานทัพลับ Secret Base

จุดเด่นเฉพาะที่มีในภาคนี้คือ การสร้างห้องส่วนตัว นำสิ่งของที่เราเก็บได้และของที่ซื้อมาจากร้าน มาเก็บที่ห้องนี้ จัดวางตกแต่งให้สวยงามเป็นคอลเลคชั่นส่วนตัว ส่วนการจะมาที่ห้องนี้สามารถเข้ามาได้จากรูที่เล็กๆที่ติดที่ฝาผนังในทุกๆที่
ระบบประกวดโปเกมอน Pokemon Contest 


การประกวดโปเกมอนคอนเทส สามารถเข้าร่วมได้ที่เมือง Slateport เป็นมินิเกมส์ที่ให้เลือกใช้โปเกมอนของเราแสดงท่าทางเจ๋งให้ผู้ชมตื่นตาตื่นใจ  และยังมีการประกวดคอสเพลปิกาจู จับมาแต่งตัวให้น่ารักโดนใจ แถมยังเอาปิจาจูที่เราแต่งตัวไปช่วยสู้ตอนเดินทางได้ด้วย

วิธีฝึกโปเกมอนให้เก่ง

สำหรับคนที่อยากฝึกโปเกมอนให้เก่ง ไม่ใช่เพียงแค่เลือกพันธ์ที่เก่งเท่านั้น เพราะต่อให้เป็นพันธ์เดียวกัน แต่ถ้าค่า Status แตกต่างกันก็ส่งผลถึงความเก่งที่ชัดเจน โดยจุดสังเกตุค่า Status ว่าเก่งไม่เก่งจะมีวิธีดู 2 แบบคือ

EV (Effort Value)
เป็นค่าสเตตัสโบนัสจากการฝึกฝนที่เพิ่มขึ้นพร้อมกับตอนที่ได้รับค่า EXP โดยค่าสเตตัสทั้ง 6 สายจะมีค่า EV โบนัสสูงสุดที่ 255 แต้ม ไม่เกินนี้ (HP, Attack, Defense, Special Attack, Special Defense, Speed) และจะเห็นค่า EV โบนัสที่ชัดเจนได้ตอนที่โปเกมอนของเราเลเวลเต็ม 100 และค่า EV โบนัสที่ได้มาจะนำรวมเข้ากับค่าพลังเดิมของโปเกมอนตัวนั้นเลย ถ้าอยากจะรู้ค่า EV โบนัสที่ได้รับผู้เล่นต้องจดบันทึกเอาเองเมื่อตอนได้รับ EXP และ EV โบนัส เพื่อนำไปคำนวนหาค่า IV ต่อไป

IV (Individual Value)
เป็นค่าพรสวรรคติดตัวที่สุ่มขึ้นเมื่อจับโปเกมอนป่าได้หรือฟักไข่โปเกมอนออกมาเป็นตัว ซึ่งค่านี้จะเป็นตัวเลขที่สุ่มขึ้นมาตั้งแต่ 0 – 31 และบวกเพิ่มให้กับสเตตัสหลักทั้ง 6 ค่าคือ HP, Attack, Defense, Special Attack, Special Defense, Speed โดยค่านี้จะแสดงผลชัดเจนเมื่อโปเกมอนเลเวล 100 ถ้าโปเกมอนตัวนั้นมีพลังบวกเพิ่ม 31 แต้มให้กับทั้ง 6 สเตตัส ก็ถือว่าเจ้าตัวนั้นเก่งมากและเรียกกันว่า IV6 การที่เรารู้ว่าตัวไหนมีค่า IV เท่าไรทำให้สามารถคาดเดาอนาคตได้ว่าตัวไหนที่เราเลี้ยงจะเก่งไม่เก่ง ซึ่งปัจจุบันมีโปรแกรมคำนวนค่า EV ให้ใช้ด้วย


สำหรับเกมนี้ก็เป็นเกมที่เจ้าของ blogger นั้นเล่นอยุ่ซึ่งส่วนตัวก็ชอบเกมนี้มากตั้งแต่สมัยก่อนแล้วพอมาภาคนี้ทำให้รู้สึกดีใจมากคับ  ก็หวังว่าขอมูลที่เจ้าของ blogger ได้รีวิวไปบางส่วนนั้นจะเป็นประโยชน์กับคนที่สนใจหรือชอบ เกม pokemonn คับผม ^-^


ขอขอบคุรข้อมูลดีจาก
http://www.metalbridges.com/pokemon-omega-ruby-alpha-sapphire/










วันพุธที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

แนะนำการใช้งานโปรแกรม1โปรแกรม( Daemon Tools Lite )

daemon tool lite

เอาละคับสำหรับสำหรับสัปดาหืนี้เราจะพามารู้จักกับโปรแกรมdaemon tool lite โปรแกรมนี้ไว้ใช้สำหรับ

จำลอง Drive เสมือน ไดร์ฟจําลอง กันคับ



Daemon Tools Lite (โปรแกรมจำลอง Drive เสมือน สำหรับเล่นเกมส์) : สำหรับในส่วนของเจ้าตัว โปรแกรมDaemon Tools Lite ที่จะช่วยคุณจำลองไดร์ฟ CD ไดร์ฟ DVD (เรียกโปรแกรมประเภทนี้เป็นภาษาอังกฤษว่า CD/DVD Emulatior) เสมือนว่ามีแผ่นเหล่านี้ใส่อยู่ในไดร์ฟ ในเครื่องของคุณ มันถูกพัฒนาโดยทีมผู้พัฒนาโปรแกรมจากเมือง เบลีซซิตี ซึ่งเป็น เมืองในประเทศเบลีซ ประเทศเล็กๆ ในทวีปอเมริกากลาง
ซึ่ง โปรแกรมจำลอง Drive นามว่า Daemon Tools Lite โปรแรกมนี้ช่วยอำนวยความสะดวกได้หลายอย่าง เช่นการเล่นเกมส์ที่จำเป็นต้องใช้แผ่นในการเล่น แต่จริงๆ แล้วแผ่นไม่ได้อยู่กับเราจริงๆ หลักการของมันก็ง่ายๆ เพียงแค่ทำการสร้างไฟล์ Images ลงไปในเครื่องคุณก็สามารถเล่นเกมส์นั้นได้เลยจากไดร์ฟ CD หรือ ไดร์ฟ DVD จำลองนั้นๆ โดยไม่ต้องใช้แผ่น CD หรือ แผ่น DVD อีก นอกจากนี้แล้ว โปรแกรม Daemon Tools Lite ยังเอาไปประยุกต์ ใช้กับงานอีกหลายๆ อย่างได้อย่างมากมาย ตัวโปรแกรม Daemon Tools Lite ยังใช้งานง่าย และปล่อยให้ดาวน์โหลดฟรีัอีกต่างหาก


เอาละคับตอนนี้เราก็รู้จักกันไปเบื้องต้นแล้วเรามาดุวิธีใช้กัน GO!!!!
เมื่อติดตั้งโปรแกรมแล้ว ให้สังเกตุไอคอนสายฟ้าฟาดสีฟ้า ที่มุมขวาล่างของหน้าจอคอมพิวเตอร์ บางครั้งอาจมองไม่เห็นต้องตั้งค่าโชว์ task bar ก่อนถึงจะเห็นนะครับ


มื่อเห็นแล้ว และเรามีไฟล์ นามสกุล .iso แล้ว ตัวอย่างเช่น มีเกมส์อยู่เกมส์หนึ่ง ที่โหลดมา เป็น นามสกุล .iso แต่เราไม่อยากเบรินส์ลงแผ่นเพราะเสียดายแผ่น เลยจะติดตั้งโดยใช้ Daemon tools เป็นตัวช่วย

ก่อนอื่นถ้าเราเปิด windows explorer ขึ้นมาดูจะเห็นว่าก่อนที่ Mount ไปที่ไฟล์ นามสกุล .iso จะมีไดว์ แค่ 3 ไดว์ คือ C , D และ E 
โดยไดว์ E เป็น ไดว์ DVD ที่ใช้งานอยู่จริง


เอาละมาเริ่มกันเลย

คลิ๊กขวาที่ไอคอน Daemon tools แล้วเลือกคลิีกเมาส์ไปที่ Virtual Device และเลือกต่อเป็น [DT-0] (F:) No Media

แล้วเลือกต่อเป็น Mount Image





จากนั้นก้เลือก Mount Image ไปที่ไฟล์ที่เราโหลดมาตามตัวอย่าง


จะเห็นว่า มีไดว์หลอก เพิ่มขึ้นมาอีก 1


หลังจากนั้นก็ติดตั้งจากไดว์หลอกที่เราสร้างขึ้นมาให้เสร็จ แล้วก็สามารถใช้ได้เรย 

แต่อย่าลืม Unmount Image ที่เรา Mount ไปแล้วด้วยนะครับ วิธีการก็คลิ๊กขวาที่ไอคอน Daemon tools เหมือนกับการจะ Mount File

แต่เราเลือกเป็น UnMount แทนครับผม

มาถึงตรงนี้ทุกคนก็คงจะพอรู้จักวิธีการใช้งานโปรแกรมนี้กันบ้างละนะคับก็หวังว่าการแนะนำครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่เข้ามาดูคับผม ^-^

ขอบคุณข้อมูลจาก
http://chumphontrip.com/forum/%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%A1%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%84%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C/358-%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%89-Daemon-Tools-Lite.html
http://software.thaiware.com/7211-Daemon-Tools-Lite-Download.html












วันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

คอมพิวเตอร์และเครือข่ายคอมพิวเตอร์

คอมพิวเตอร์คืออะไร
คอมพิวเตอร์เข้ามามีบทบาทที่สำคัญยิ่งต่อสังคมของมนุษย์เราในปัจจุบัน แทบทุกวงการล้วนนำคอมพิวเตอร์เข้าไปเกี่ยวข้องกับการใช้งาน จนกล่าวได้ว่าคอมพิวเตอร์เป็นปัจจัยที่สำคัญอย่างยิ่งต่อการดำเนินชีวิตและการทำงานในชีวิตประจำวัน ฉะนั้นการเรียนรู้เพื่อทำความรู้จักกับคอมพิวเตอร์จึงถือเป็นสิ่งที่มีความจำเป็นเป็นอย่างยิ่ง


ความหมายของคอมพิวเตอร์

คอมพิวเตอร์มาจากภาษาละตินว่า Computare ซึ่งหมายถึง การนับ หรือ การคำนวณ  พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2525 ให้ความหมายของคอมพิวเตอร์ไว้ว่า "เครื่องอิเล็กทรอนิกส์แบบอัตโนมัติ ทำหน้าที่เหมือนสมองกล ใช้สำหรับแก้ปัญหาต่างๆ ที่ง่ายและซับซ้อนโดยวิธีทางคณิตศาสตร์" 

ประโยชน์ของคอมพิวเตอร์

จากการที่คอมพิวเตอร์มีลักษณะเด่นหลายประการ ทำให้ถูกนำมาใช้ประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิตประจำวันในสังคมเป็นอย่างมาก  ที่พบเห็นได้บ่อยที่สุดก็คือ การใช้ในการพิมพ์เอกสารต่างๆ เช่น พิมพ์จดหมาย รายงาน เอกสารต่างๆ ซึ่งเรียกว่างานประมวลผล ( word processing ) นอกจากนี้ยังมีการประยุกต์ใช้คอมพิวเตอร์ในด้านต่างๆ อีกหลายด้าน ดังต่อไปนี้

   1. งานธุรกิจ เช่น บริษัท ร้านค้า ห้างสรรพสินค้า ตลอดจนโรงงานต่างๆ ใช้คอมพิวเตอร์ในการทำบัญชี งานประมวลคำ และติดต่อกับหน่วยงานภายนอกผ่านระบบโทรคมนาคม 
   2. งานวิทยาศาสตร์ การแพทย์ และงานสาธารณสุข สามารถนำคอมพิวเตอร์มาใช้ในนำมาใช้ในส่วนของการคำนวณที่ค่อนข้างซับซ้อน 
   3. งานคมนาคมและสื่อสาร ในส่วนที่เกี่ยวกับการเดินทาง จะใช้คอมพิวเตอร์ในการจองวันเวลา ที่นั่ง ซึ่งมีการเชื่อมโยงไปยังทุกสถานีหรือทุกสายการบินได้ ทำให้สะดวกต่อผู้เดินทางที่ไม่ต้องเสียเวลารอ 
   4. งานวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม สถาปนิกและวิศวกรสามารถใช้คอมพิวเตอร์ในการออกแบบ หรือ จำลองสภาวการณ์ ต่างๆ 
   5. งานราชการ เป็นหน่วยงานที่มีการใช้คอมพิวเตอร์มากที่สุด โดยมีการใช้หลายรูปแบบ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับบทบาทและหน้าที่ของหน่วยงานนั้นๆ 
   6. การศึกษา ได้แก่ การใช้คอมพิวเตอร์ทางด้านการเรียนการสอน ซึ่งมีการนำคอมพิวเตอร์มาช่วยการสอนในลักษณะบทเรียน CAI หรืองานด้านทะเบียน ซึ่งทำให้สะดวกต่อการค้นหาข้อมูลนักเรียน การเก็บข้อมูลยืมและการส่งคืนหนังสือห้องสมุด


เครือข่ายคอมพิวเตอร์

เครือข่ายคอมพิวเตอร์ (computer network) เป็นการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วงเข้าด้วยกันเพื่อให้สามารถใช้ข้อมูลทรัพยากรร่วมกันได้ เช่น สามารถใช้เครื่องพิมพ์ร่วมกัน สามารถใช้ฮาร์ดดิสก์ร่วมกัน แบ่งปันการใช้อุปกรณ์อื่นๆ ที่มีราคาแพงหรือไม่สามารถจัดหาให้ทุกคนได้ แม้กระทั่งสามารถใช้โปรแกรมร่วมกันได้เป็นการลดต้นทุนขององค์กรเครือข่ายคอมพิวเตอร์สามารถแบ่งออกเป็นประเภทตามพื้นที่ที่ครอบคลุมการใช้งานของเครือข่าย

1) เครือข่ายส่วนบุคคล หรือแพน (Personal Area Network : PAN) เป็นเครือข่ายที่ใช้ส่วนบุคคล เช่น การเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์กับโทรศัพท์มือถือ การเชื่อมต่อพีดีเอกับเครื่องคอมพิวเตอร์ซึ่งการเชื่อมต่อแบบนี้จะอยู่ในระยะใกล้ และมีการเชื่อมต่อแบบไร้สาย ดังรูป 4.20
    2) เครือข่ายเฉพาะที่ หรือแลน (Local Area Network: LAN) เป็นเครือข่ายที่ใช้ในการเชื่อมโยงคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่างๆ ที่อยู่ในพื้นที่เดียวกันหรือใกล้เคียงกัน เช่น ภายในบ้าน ภายในสำนักงาน และภายในอาคาร สำหรับการใช้งานภายในบ้านนั้นอาจเรียกเครือข่ายประเภทนี้ว่า เครือข่ายที่พักอาศัย (home network) ซึ่งอาจใช้การเชื่อมต่อแบบใช้สายหรือไร้สาย ดังรูปที่ 4.21
    3) เครือข่ายนครหลวง หรือแมน (Metropolitan Area Network : MAN) เป็นเครือข่ายที่ใช้เชื่อมโยงแลนที่อยู่ห่างไกลออกไป  เช่น  การเชื่อมต่อเครือข่ายระหว่างสำนักงานที่อาจอยู่คนละอาคารและมีระยะทางไกลกันการเชื่อมต่อเครือข่ายชนิดนี้อาจใช้สายไฟเบอร์ออพติกหรือบางครั้งอาจใช้ไมโครเวฟเชื่อมต่อเครือข่ายแบบนี้ใช้ในสถานศึกษามีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าเครือข่ายแคมปัส (Campus Area Network: CAN) ดังรูปที่ 4.22
    4) เครือข่ายวงกว้าง หรือแวน  (Wide Area Network: WAN)  เป็นเครือข่ายที่ใช้ในการเชื่อมโยงกับเครือข่ายอื่นที่อยู่ไกลกันมาก เช่น เครือข่ายระหว่างจังหวัด หรือระหว่างภาครวมไปถึงเครือขายระหว่างประเทศ

ลักษณะของเครือข่าย ในการใช้งานเครือข่ายคอมพิวเตอร์เพื่อใช้ทรัพยากรร่วมกันสามารถแงลักษณะของเครือข่ายตามบทบาทของเครื่องคอมพิวเตอร์ในการสื่อสารได้ดังนี้
    1) เครือข่ายแบบรับ-ให้บริการหรือไคลเอนท์/เซิร์ฟเวอร์ (client-server networkจะมีเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เป็นเครื่องให้บริการต่างๆ  เช่น  บริการเว็บ  และบริการฐานข้อมูล  การให้บริการขึ้นกับการร้องขอบริการจากเครื่องรับบริการเช่น การเปิดเว็บเพจ เครื่องรับบริการจะร้องขอบริการไปที่เครื่องบริการเว็บ  จากนั้นเครื่องให้บริการเว็บจะตอบรับและส่งข้อมูลกลับมาให้เครื่องรับบริการ ข้อดีของระบบนี้คือสามารถให้บริการแก่เครื่องรับบริการได้เป็นจำนวนมาก ข้อด้อยคือระบบนี้มีค่าใช้จ่ายในการติดตั้งและการบำรุงรักษาค่อนข้างสูง  ตัวอย่างเครือข่ายแบบรับ-ให้บริการ ดังรูปที่ 4.24
   2) เครือข่ายระดับเดียวกัน (Peer-to-Peer network : P2P network) เครื่องคอมพิวเตอร์สามารถเป็นได้ทั้งเครื่องให้บริการและเครื่องรับบริการในขณะเดียวกัน การใช้งานส่วนใหญ่มักใช้ในการแบ่งปันข้อมูล เช่น เพลง ภาพยนตร์ โปรแกรม และเกมเครือข่ายแบบนี้เริ่มแพร่หลายมากขึ้นในผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตการใช้งานจะมีซอฟต์แวร์เฉพาะเช่น โปรแกรม eDonkey, BitTorrent และ LimeWire ข้อดีของระบบแบบนี้คือง่ายต่อการใช้งานและราคาไม่แพง ข้อด้อยคือไม่มีการควบคุมเรื่องความปลอดภัย จึงอาจพบว่าถูกนำไปใช้ประโยชน์ในทางไม่ถูกต้อง เช่น การแบ่งปันเพลง ภาพยนตร์ และโปรแกรมที่มีลิขสิทธิ์ซึ่งเป็นการกระทำผิดกฎหมาย ตัวอย่างเครือข่ายระดับเดียวกัน

รปร่างเครือข่าย การเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์รับส่งข้อมูลที่ประกอบกันเป็นเครือข่ายที่มีการเชื่อมโยงถึงกันในรูปแบบต่างๆ ตามลักษณะทางกายภาพที่เรียกว่ารูปร่างเครือข่าย (network topology) โดยทั่วไปรูปร่างเครือข่ายสามารถแบ่งออกตามลักษณะของการเชื่อมต่อได้ 4 รูปแบบคือ
    1) เครือข่ายแบบบัส (bus topology) เป็นรูปแบบที่มีโครงสร้างไม่ยุ่งยาก สถานีทุกสถานีในเครือข่ายจะเชื่อมต่อเข้ากับสายสื่อสารหลักเพียงสายเดียวที่เรียกว่า บัส (bus) การจัดส่งข้อมูลลงบนบัสจึงไปถึงทุกสถานีได้ ซึ่งการจัดส่งวิธีนี้ต้องกำหนดวิธีการที่จะไม่ให้ทุกสถานีส่งข้อมูลพร้อมกันเพราะจะทำให้เกิดการชนกัน (collison) ของข้อมูล โดยวิธีการที่ใช้อาจเป็นการแบ่งช่วงเวลาหรือให้แต่ละสถานีใช้คลื่นความถี่ในการส่งสัญญาณที่แตกต่างกัน อย่างไรก็ตามเครือข่ายแบบบัส ไม่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน เนื่องจากความเสียหายที่เกิดขึ้นกับบัสเพียงจุดเดียวก็จะส่งผลให้ทุกอุปกรณ์ไม่สามารถสื่อสารถึงกันได้เลย รูปร่างเครือข่ายแบบบัส ดังรูปที่ 4.26
    2) เครือข่ายแบบวงแหวน (ring topology) เป็นการเชื่อมแต่ละสถานีเข้าด้วยกันแบบวงแหวน สัญญาณข้อมูลจะส่งอยู่ในวงแหวนไปในทิศทางเดียวกันจนถึงผู้รับ หากข้อมูลที่ส่งเป็นของสถานีใด สถานีนั้นก็รับไว้ ถ้าไม่ใช่ก็ส่งต่อไป ซึ่งระบบเครือข่ายแบบวงแหวนนี้ สามารถรองรับจำนวนสถานีได้เป็นจำนวนมาก ข้อด้อยของเครือข่ายแบบวงแหวน คือ สถานีจะต้องรอจนถึงรอบของตนเอง ก่อนที่จะสามารถส่งข้อมูลได้ รูปร่างเครือข่ายแบบวงแหวน ดังรูปที่ 4.27
    3) เครือข่ายแบบดาว (star topology) เป็นการเชื่อมต่อสถานีในเครือข่าย โดยทุกสถานีจะต่อเข้ากับหน่วยสลับสายกลาง เช่น ฮับ (hub) หรือสวิตซ์ (switch) ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางของการเชื่อมต่อระหว่างสถานีต่างๆ ที่ต้องการติดต่อกัน ของดีของการเชื่อมต่อแบบดาว คือ ถ้าสถานีใดเสีย หรือสายเชื่อมต่อระหว่างฮับ/สวิตซ์กับสถานีใดชำรุด ก็จะไม่กระทบกับการเชื่อมต่อของสถานีอื่น ดังนั้นการเชื่อมต่อแบบนี้จึงเป็นที่นิยมใช้กันในปัจจุบัน รูปร่างเครือข่ายแบบดาว ดังรูปที่ 4.28
    4) เครือข่ายแบบแมช (mesh topology) เป็นรูปแบบของการเชื่อมต่อที่มีความนิยมมากและมีประสิทธิภาพสูงเนื่องจากถ้ามีเส้นทางของการเชื่อมต่อคู่ใดคู่หนึ่งขาดจากกัน การติดต่อสื่อสารระหว่างคู่นั้นยังสามารถติดต่อได้โดยอุปกรณ์จัดเส้นทาง (router) จะทำการเชื่อมต่อเส้นทางใหม่ไปยังจุดหมายปลายทางอัตโนมัติ การเชื่อมต่อแบบนี้มักนิยมสร้างบนเครือข่ายแบบไร้สาย รูปร่างเครือข่ายแบบแมช

ขอขอบคุรข้อมูลดีๆจาก

http://www.jinan.co.th/computer.html
https://sites.google.com/site/kruyutsbw/4-4-kherux-khay-khxmphiwtexr





วันพุธที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

วิเคราะห์ข้อสอบ O-Net คอมพิวเตอร์ (5 ข้อ)


1) ใช้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์อย่างไรจึงช่วยลดภาวะโลกร้อน
      1. เลือกใช้จอแอลซีดีและปรับปรุงซอฟต์แวร์ให้ทันสมัย
      2. ไม่เชื่อมต่อระบบเครือข่ายและใช้เครื่องพิมพ์เเบบเลเซอร์
      3. ใช้คอมพิวเตอร์วันละ 1 ชม. และรักษาความสะอาดอยู่เสมอ
      4. ใช้งานเมื่อทำงานที่มีประโยชน์และจำเป็น ไม่เปิดเครื่องทิ้งไว้

เฉลย ข้อ4
          ผู้ใช้คอมพิวเตอร์จะลดภาวะโลกร้อนได้โดยใช้งานคอมพิวเตอร์ทำงานที่จำเป็นและเป็นประโยชน์ ไม่เปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ทิ้งไว้โดยไม่ใช้งานหรือทำงานที่ไม่จำเป็น


2)ถ้าต้องการถนอมอายุการใช้งานของเครื่องคอมพิวเตอร์ ผู้ใช้งานต้องปฏิบัติข้อใด
      1. ใช้เครื่องสำรองไฟ (UPS) และตรวจสอบสภาพฮารดแวร์เป็นประจำ
      2. รักษาความสะอาดของอุปกรณ์คอมพิวเตอร์อยู่เป็นประจำ เเละใช้คีย์บอร์ดเเละเมาส์ไร้สาย
      3. เชื่อมต่อคอมพิวเตอร์กับอุปกรณ์ต่างๆด้วยสายคุณภาพสูง เเละ พักเครื่องโดยการปิดเครื่องเป็นระยะ
      4. ไม่วางอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ในห้องที่อุณหภูมิสูงเเละไม่รับประทานอาหารเเละเครื่องดื่มใกล้เครื่องคอมพิวเตอร์

เฉลย ข้อ 1
          เครื่องสำรองไฟ มีประโยชน์อย่างมาก ป้องกันการเกิดไฟกระชาก ซึ่งอาจจะส่งผลให้อุปกรณ์เสียหายได้ ป้องกัน ไฟฟ้าดับ ไฟตก ไฟกระชาก และยังทำการจ่ายกระแสไฟฟ้าให้เครื่องคอมอย่างสม่ำเสมอ ช่วยยืดอายุอุปกรณ์ของเราไปได้อีกนาน เเละการตรวจฮาร์ดเเวร์อยู่เป็นประจำก็เป็นการถนอมอายุการใช้งานเหมือนกัน คอยเปลี่ยนดูเเลอุปกรณ์ให้ใหม่อยู่ตลอดเวลา

3) ข้อใดต่อไปนี้ไม่ใช่ประโยชน์โดยตรงของการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
      1. ลดค่าใช้จ่ายในการลงทุน
      2. สามารถใช้บริการได้ทุกที่ทุกเวลา
      3. สามารถคำนวณรายรับ รายจ่ายและภาษีได้ละเอียดและถูกต้อง
      4. สามารถให้ข้อมูลลูกค้าได้อย่างละเอียดและถูกต้องเป็นปัจจุบัน

เฉลย ข้อ 3
          เพราะ การใช้คอมพิวเตอร์ในการคำนวณรายรับรายจ่ายและภาษี ไม่ใช่การทำพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ เป็นเพียงการใช้งานคอมพิวเตอร์โดยซอฟต์แวร์หรือโปรแกรมที่เหมาะสม


4)ตามมาตรฐานการจัดระบบการเชื่อมต่อสื่อสาร ระหว่างระบบเปิด (Open System Interconnection : OSI)
การควบคุมข้อมูลถถูกส่งผ่านจากต้นทางไปยังปลายทางด้วยเส้นทางที่เหมาะสม เกิดในเครื่อข่ายชั้นใด
      1. ชั้นขนส่ง(transport)
      2. ชั้นเครือข่าย(network layer)
      3. ชั้นกายภาพ (physical layer)
      4. ชั้นเชื่อมโยงข้อมูล (data link layer)

เฉลย ข้อ2
       ทำหน้าที่ควบคุมการส่งผ่านข้อมูลระหว่างต้นทางและปลายทางโดยผ่านจุดต่าง ๆ บนเครือข่ายให้เป็นไปตามเส้นทางที่กำหนด รวบรวมและแยกแยะข้อมูลเพื่อหาเส้นทางในการส่งข้อมูลที่เหมาะสม

5)อุปกรณ์ชนิดใดต่อไปนี้ไม่สามารถเก็บแฟ้มภาพขนาด 144 เมกะไบต์ได้

1. แผ่นดีวีดี
2. แผ่นดิสเก็ต
3. แผ่นซีดีอาร์
4. แผ่นซีดีอาร์ดับบลิว

เฉลย ข้อ1. แผ่นดีวีดี นี้จะมีความจุสูงกว่าตัวเลือกอีก 3 ข้อแน่นอนครับ ซึ่งมีด้วยกันหลายแบบ

1.singleside single layer ความจุ 4.7 GB นิยมเรียก DVD 5
2.singleside dual layer ความจุ 8.4 GB นิยมเรียก DVD 9
3.dualside singlelayer ความจุ 9.4 GB นิยมเรียก DVD 10
4.dualside single+dual layer ความจุ 13.1 GB นิยมเรียก DVD 14
5.dualside duallayer ความจุ 16.8 GB นิยมเรียก DVD 18 
6.Blu-ray Disc จะมีบางแผ่นสามารถบรรจุข้อมูลได้ทั้งสองหน้าซึ่งความจุโดยรวมจะมีมากถึง 100GB

ข้อ2. แผ่นดิสเก็ต จะมีความจุเพียง 1.44MB 

ข้อ3. แผ่นซีดีอาร์ มีความจุอยู่ที่ 700MB

ข้อ4. แผ่นซีดีอาร์ดับบลิว มีความจุเท่าแผ่น CD-R แต่สามารถเขียนแล้วลบใหม่ได้หลายครั้ง

ขอบคุณที่มาจาก
http://www.thaigoodview.com/library/exam/o-net/2551/m6-art-2551.pdf
http://www.trueplookpanya.com/examination/display/2029
http://www.infoforthai.com/forum/topic/354


วันพุธที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

เรื่องราวที่นักเรียนสนใจ (2)




ความทรงจำในวัยเด็กที่ไม่เคยลืมเลือน ราคุ ได้ให้สัญญาไว้กับเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่สนิทกันกันได้เพียงไม่นาน สัญญาที่ว่าเมื่อพบกันอีกครั้งจะแต่งงานกัน แม้วันเวลาจะผ่านมานานจนกระทั่งจำชื่อหรือใบหน้าของเด็กผู้หญิงคนนั้นไม่ได้แล้ว แต่สิ่งที่ยังคงจำจดไม่ลืมเลือน คือเรื่องราวในวันนั้น… ถูกปิดผนึกอยู่ในกุญแจคำมั่นสัญญาที่เขาเก็บติดตัวเอาไว้ จนกว่าเมื่อคนที่ถือดอกกุญแจจะมาไขเพื่อเปิดผนึกแห่งคำสัญญา ซึ่งก็คือ… เด็กผู้หญิงนิรนามในวันวาน
จบจนวันนี้… ราคุยังคงเฝ้ารอ เธอคนนั้น ซึ่งเขาก็ไม่รู้ว่าเธออยู่ที่ไหนในตอนนี้ แต่รู้เพียงแค่ว่า เธอคนนั้นมีตัวตนอยู่จริงๆ …


เรื่องย่อ

เรื่องราวของชายหนุ่มชั้นมัธยมปลายชื่อ อิจิโจ ราคุ ผู้เคยให้คำมั่นสัญญากับเด็กหญิงนิรนามคนหนึ่งเมื่อครั้งในวัยเด็กว่าเมื่อโตขึ้นจะกลับมาพบกันอีกครั้งและแต่งงานกัน ราคุนั้นมีจี้หอยคอเป็นของที่ระลึกแทนใจในขณะที่เด็กหญิงมีกุญแจเป็นของที่ระลึกแทนใจเช่นกัน เมื่อเวลาผ่านไป ราคุนั้นก็ยังคงยึดมั่นในคำสัญญาที่ให้แก่กันเอาไว้และเก็บรักษาจี้ห้อยคอนั้นเอาไว้ไม่ให้ห่างจากตัวเลย โดยเค้านั้นอย่างใช้ชีวิตอย่างสงบสุขแต่เนื่องจากเขานั้นเป็นลุกของหัวหน้าแก็งยากุซ่า ชูเอย์ กุมิ ทืำให้เขาต้องเจอกับเรื่อราวลำบากเรื่อยมาจนกระทั่งวันหนึ่ง คิริซากิ จิโทเกะ เข้านักเรียนย้ายเข้ามาใหม่ในชั้นเรียนของเขา ะเมื่อกลับมาถึงที่บ้าน ราคุ ก็ต้องตกใจ เมื่อรู้ว่าแก๊งยากุซ่า ชูเอย์ กุมิของเขา และ แก๊งมาเฟียบีไฮฟ์ ได้ทำข้อตกลงที่จะชำระความบาดหมางระหว่างกัน โดยการจับคู่ให้ ราคุ ต้องมาคบกับ ลูกสาวหัวหน้าแก๊งมาเฟียบีไฮฟ์ อย่าง จิโทเกะ ที่ไม่ชอบหน้ากันเลยแต่แรก แต่เพื่อรักษาสันติภาพระหว่างแก๊ง ทั้งสองคนจึงต้องตกลงคบกัน และหลอกทุกคนในแก๊ง โดยงานนี้เป็นเรื่องค่อนข้างยาก และท้าทายสำหรับพวกเขาทั้งคู่แต่ปัญหาใหญ่ติดอยู่ที่ ราคุ นั้นแอบชอบเพื่อนร่วมชั้นอย่าง โอโนเดระ โคซากิ ซึ่งราคุนั้นแอบคิดอยากให้เธอเป็นผู้หญิงที่มีกุญแจที่ระลึกแทนใจของเขา แม้ว่า ราคุ และ จิโทเกะ นั้นจะมีการทะเลาะตบตีกันอยู่เป็นประจำ แต่ความความสัมพันธ์ของพวกเขาก็เริ่มที่จะดีขึ้น เมื่อ ราคุ พบว่า จิโทเกะ เองมีกุญแจที่ระลึกเหมือนกับเด็กผูหญิงในอดีต แต่เธอนั้นกลับจำอะไรไม่ได้เลย แต่หลังจากนนั้นไม่นานก็มีผู้หญิงปรากฎตัวออกมาอีกมากมายแต่ว่านั้น กุญแจจที่ราคุคิดว่ามีแค่ 1 นั้นตอนนี้กลับมาถึง 3 ดอกด้วยกัน?


ตัวละครหลักที่ปรากุฏออกมา

อิจิโจ ราคุ (พากย์โดย : Yoshitsugu Matsuoka)
Ichijou Raku (一条 楽)
เด็กหนุ่มม. ปลายอยู่ปีหนึ่ง ที่เป็นถึงลูกชายในตระกูลยากุซ่าแก๊งชูเอย์ งุมิ (Shuei Gumi) แต่ขัดความตั้งใจของทางบ้านที่ต้องการให้เขาเป็นผู้สืบทอดหัวหน้าแก๊งรุ่นต่อไป แต่ราคุไม่เอาด้วย… จนกระทั่งตกตะไดพลอยโจรโดนทางบ้านจับคลุมถุงชนให้มาคบกับจิโตเงะที่เป็นลูกสาวของตระกูลมาเฟียบีไฮวฟ์ เพื่อเป็นเงื่อนไขในการสงบศึกความบาดหมางระหว่างแก๊งทั้งสอง ซึ่งตัวเขาเองนั้นแอบชอบโคซากิอยู่แล้ว จึงเป็นเรื่องที่ทำให้เขาลำบากใจอยู่ไม่น้อย…


คิริซากิ จิโตเกะ (พากย์โดย : Nao Toyama)
Kirisaki Chitoge (桐崎 千棘)
สาวน้อยลูกครึ่ง ญี่ปุ่น/อเมริกัน นักเรียนใหม่ม. ปลายอยู่ปีหนึ่ง เธอเป็นลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนของตระกูลมาเฟียบีไฮวฟ์(Beehive gangsters) ถูกทางบ้านจับคลุมถุงชนกับราคุซึ่งเป็นลูกชายของแก๊งคู่อริ แน่นอนว่าใครล่ะจะยอมรับกันได้ง่ายๆ เธอมีวีรกรรมที่สร้างความประทับใจให้ราคุต้องจดจำอย่างแสบสันก็คือ เข่าลอยข้ามสิ่งกีดขวาง (กระโดดข้ามกำแพง) ที่ลงตรงหน้าเข้าพอดี… กลายเป็นความบาดหมางท่ามกลางความปรองดองของตระกูลคู่อริ จนลงเอยด้วยการเป็นคู่รักคู่กัดนับแต่วันนั้น… เธอมีกุญแจคำมั่นสัญญา(รูปพระจันทร์เสี้ยว) แต่จิโตเกะกลับจำความหมายของมันไม่ได้สักนิด

โอโนเดระ โคซากิ (พากย์โดย : Kana Hanazawa)
Onodera Kosaki (小野寺 小咲)
สาวน้อยม. ปลายปีสองที่เป็นเพื่อนร่วมชั้นของราคุ ที่นิสัยดูเรียบร้อยน่ารัก อ่อนหวานและดูขี้อาย (สเปคชวนฝันเลยทีเดียว) ซึ่งราคุแอบชอบเธออยู่ โดยที่ตัวเธอเองก็มีความรู้สึกดีๆ ต่อราคุเช่นเดียวกัน เพียงแค่เธอไม่กล้าเปิดเผยจึงได้แค่เก็บเงียบอยู่เท่านั้น เธอเป็นคนที่มีกุญแจ(รูปไม้กางเขน)เหมือนกันกับเด็กสาวในคำสัญญาเมื่อตอนเด็ก จึงกลายเป็นคำถามตามมาว่าคือเธอคนนี้หรือเปล่า?

ซึงุมิ เซย์ชิโระ (พากย์โดย : Mikako Komatsu)
Tsugumi Seishirou (鶫誠 士郎)
นักเรียนใหม่หน้าสวยที่ย้ายมากะทันหัน เป็นบอดี้การ์ดประจำตัวของจิโตเงะ ที่โคลด์ส่งมาให้จัดการกับราคุ และยังเป็นเพื่อนในสมัยเด็กที่โตมาด้วยกัน ยอมทำทุกอย่างที่จะปกป้องจิโทเงะ ให้ภายหลังนั้นตัวตนแท้จริงแล้วเป็น… เด็กผู้หญิง !!

มาริกะ ทาจิบานะ (พากย์โดย : Kana Asumi)
Tachibana Marika (橘 万里花)
สาวน้อยม. ปลายปีหนึ่งที่ย้ายเข้ามาใหม่อีกคน และเป็นถึงลูกสาวของผู้บัญชาการกรมตำรวจ นิสัยอ่อนหวานกับเฉพาะราคุเท่านั้น ไม่ถูกชะตากับจิโตเงะอย่างแรง แต่เรื่องที่น่าช็อกยิ่งกว่านั่นก็คือ… เธอเป็นเด็กผู้หญิงที่ราคุเคยรู้จักในสมัยเด็กๆ (ซึ่งราคุเองก็จำอะไรไม่ได้เลย) เป็นคู่หมั้นหมายที่แท้จริงของราคุ รวมไปถึงยังมีกุญแจคำมั่นสัญญา(รูปหัวใจ)อยู่ด้วย!?

มิยาโมโต้ รูริ (พากย์โดย : Yumi Uchiyama)
Miyamoto Ruri (宮本 るり)
สาวแว่นตัวเล็กอยู่ม. ปลายปีหนึ่ง และเป็นเพื่อนสนิทของโคซากิ มีนิสัยเป็นคนหน้านิ่งๆ แต่พูดตรงๆ และคิดก่อนพูดเสมอ เธอรู้ถึงความรู้สึกของโคซากิที่แอบชอบราคุอยู่เงียบ จึงคอยช่วยโคซากิให้มีความกล้าที่จะขยับความสัมพันธ์เข้าไปใกล้ราคุมากยิ่งขึ้น และดูเหมือนจะไม่ค่อยกินเส้นกับไมโกะเท่าไหร่นัก



มโกะ ซู (พากย์โดย : Yūki Kaji)
Maiko Shū (舞子 集)
เด็กหนุ่มแว่นเพื่อนร่วมชั้นของราคุที่สนิทที่สุด นิสัยหน้าเป็นทะลึ่งทะเล้น ชอบตีซี้ตีสนิทกับรูริบ่อยๆ (ถึงอีกฝ่ายจะไม่ชอบขี้หน้าก็เถอะ) เป็นคนที่รู้อยู่นานแล้วว่าการคบหากับของราคุและจิโทเงะเป็นความจำยอมที่ทั้งสองต้องยอมรับเพื่อการสงบศึกระหว่างแก๊งค์ และเขาเองก็รู้ดีว่าโคซากิแอบชอบราคุอยู่ด้วย



จากผลงานที่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลามในนิตยาสาร Shounen Jump รายสัปดาห์ของอ. Naoshi Komi ที่ได้ทางสตูดิโอShaft และ Aniplex สร้างเป็นอนิเมทีวีซี่รี่ย์ โดยมีผู้กำกับอย่างคุณ Akiyuki Shinbo ที่เคยฝากผลงานอนิเมชื่อได้อย่าง Mahou Shoujo Madoka★Magica อันลือลั่นมาแล้ว (อารมณ์การลำดับภาพดูมีกลิ่นอายที่คล้ายๆ กันไม่ผิดเพี้ยน) ปริศนาของเรื่องนี้จะอยู่ตรงที่ เด็กในวันวานที่สัญญาคนนั้นคือใคร? แล้วดอกกุญแจแท้จริงที่จะสามารถไขแม่กุญแจของราคุได้นั้นเป็นสัญลักษณ์รูปอะไรกันแน่? ซึ่งถ้าใครอ่านในมังงะมาก่อนก็จะมีคำถามแบบนี้เช่นเดียวกัน …

trailer 



“เมื่อคำสัญญาในวัยเด็กที่กล่าวต่อเด็กผู้หญิงคนหนึ่งเอาไว้ว่าจะแต่งงานกัน ถึงวันเวลาจะผ่านไปเนินนานเท่าไหร่สัญญานั้นจะยังคงอยู่… และเฝ้ารอให้เธอในวัยเด็กคนนั้นกลับมาเพื่อไขกุญแจคำมั่นสัญญาที่ได้มีร่วมกัน พบกับความรักสุดลวงที่ป่วนหัวใจได้ใน "NISEKOI”

ขอขอบคุณเนื้อหาจาก
http://www.metalbridges.com/nisekoi/




วันพุธที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2558

โปรแกรมภาษาคอมพิวเตอร์ (Fortran)


ภาษาฟอร์แทรน หรือ FORTRAN เป็นชื่อที่ย่อมาจาก FORmular TRANslation ถูกพัฒนาขึ้นเมื่อกลางทศวรรษที่ 1950 ด้วยฝีมือของพนักงานบริษัทไอบีเอ็ม นับเป็นภาษาชั้นสูงภาษาแรกที่ได้มีการใช้แพร่หลาย จึงได้มีบัญญัติภาษาฟอร์แทรนฉบับมาตรฐานขึ้นในเวลาต่อมาโดย ANSI (American National Standard Institute)  ฟอร์แทรนถูกออกแบบมาเพื่อใช้งานทางด้านวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์และคณิตศาสตร์ อันเป็นงานที่มักใช้งานประมวลที่ซับซ้อน เนื่องจากฟอร์แทรนถูกออกแบบมาสำหรับการใช้งานทางวิทยาศาสตร์ จึงมีจุดอ่อนในเรื่องเกี่ยวกับการจักการไฟล์ นอกจากนี้จากการที่ฟอร์แทรนถูกออกแบบมาตั้งแต่สมัยที่เรายังใช้บัตรเจาะรูซึ่งมีขนาด 80 คอลัมน์  ทำให้ฟอร์แทรนมีกฎเกณฑ์ที่จะต้องเริ่มต้นและจบประโยคภายในคอลัมน์ที่กำหนด ซึ่งเป็นเรื่องน่ารำคาญพอสมควร  ในการเขียนโปรแกรมในปัจจุบัน เมื่อพูดถึงโครงสร้างของภาษาฟอร์แทรนแล้วก็ไม่สามารถสู้ภาษารุ่นใหม่ๆได้





ประวัติความเป็นมา


เริ่มต้นการคิดค้นครั้งแรกเมื่อปี คศ. 1953 โดยทีมงานของบริษัท IBM เพื่อที่จะใช้สำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์ระดับ mainframe ของบริษัทต่อมาหลังจากนั้นอีก 3 ปี ได้มีการพัฒนาให้ดีขึ้น และเรียกว่า FORTRANจนกระทั่งปี คศ. 1962 ได้มีการพัฒนามาถึงรุ่น FORTRAN ซึ่งเป็นรุ่นที่มีชื่อเสียงและรู้จักกันอย่างแพร่หลาย หลังจากนั้นยังคงมีการพัฒนาต่อมาเรื่อยๆ จาก FORTRAN 66, FORTRAN 77 และ FORTRAN 90/95


ชุดคำสั่งภาษาฟอร์แทรน
เป็นภาษาคอมพิวเตอร์ที่เหมาะกับการใช้งานทางด้านการคำนวณ  ตัวแปลชุดคำสั่งจะทำหน้าที่อ่านชุดคำสั่งที่เป็นภาษาฟอร์แทรนที่เราเขียนขึ้น และแปลเป็นภาษาเครื่องที่ชุดคำสั่งควบคุมสามารถรับได้ คำสั่งในภาษาฟอร์แทรนแต่ละคำสั่งเรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า statement  ซึ่งแบ่งเป็นดังนี้
               คำสั่งรับส่งข้อมูล (input-output statement)ได้แก่  READ, WRITE หรือ PRINT, FORMAT
               คำสั่งคำนวณ (arithmetic statement) ได้แก่
                    - คำสั่งที่เป็นการคำนวณ  โดยทางซ้ายมือเป็นตัวแปร ทางขวามือเป็นการคำนวณ  เช่น X = A + B + 5
                    - คำสั่งตรรกะ (logical statement) เป็นคำสั่งประเภทควบคุม ได้แก่ คำสั่งที่ใช้ในการทดสอบ             ค่าเช่น IF (A.EQ.B) GO TO 15 หรือ GO TO (1, 2, 3,4, 5) และ I เป็นต้น
         นอกจากนี้  ยังมีคำสั่งประกอบอื่นๆ อีก เช่น DIMENSION, DATA, CALL SUB, และ RETURN


องค์ประกอบของภาษาฟอร์แทรน

 ประกอบด้วย 3 ส่วน ด้วยกัน คือ
 1. ส่วนที่ใช้แจ้งรายละเอียด (Declaration section)ส่วนนี้จะไม่มีการนำสั่งการทำงาน    แต่อย่างใด มีการใช้อยู่ 2 ช่วง คือ
 1.1 กำหนดชื่อของโปรแกรม (Program statement)
 1.2 ชี้แจงรายละเอียดในแต่ละช่วงของโปรแกรม (Comment statement)
  2. ส่วนที่ใช้สั่งการทำงาน (Execution section)ส่วนนี้เป็นการสั่งการทำงานในหลายรูปแบบ ได้แก่ การอ่าน/เขียนข้อมูล การคำนวณบวกลบคูณหาร
  3. ส่วนที่ใช้หยุดการทำงาน (Termination section)ส่วนนี้เป็นการช่วยหยุดการทำงาน ประกอบด้วย 2 คำสั่ง คือ STOP และ END

ตัวอย่างของภาษา  FORTRAN  บางส่วน มีดังนี้
READ    X
IF((X.GT.0)  .AND.  (X.LT.100))  THEN
            PRINT *, ‘VALUE  OF  X  IS :’,X
ELSE
             PRINT * , ‘X  IS  NOT  BETWEEN  0  AND  100’

ข้อดีของภาษาฟอร์แทรน 
          เป็นภาษาที่มีคำสั่งงานเน้นประสิทธิภาพด้านการคำนวณ วิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์รวมทั้งคำสั่งควบคุมการทำงานของอุปกรณ์เครื่องเมนเฟรม
ข้อจำกัดของภาษาฟอร์แทรน 
          เนื่องจากคำสั่งงานเหมาะสำหรับการควบคุมการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่  เมื่อนำมาประยุกต์ใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดเล็ก  จะต้องปรับใช้คำสั่งมากมาย  รวมทั้งเมื่อมีการเปลี่ยนเครื่องประมวลผลก็ต้องเปลี่ยนรูปแบบคำสั่งทุกครั้ง
รูปตัวอย่างการเขียนโปรแกรมภาษาฟอร์แทรน






ขอบคุณที่มาจาก
http://jom-bookworm.exteen.com/20110708/fortran
https://sites.google.com/site/9fortran/home/history-1